ปัญหาหน้างาน

เบอร์ธุรกิจโดนบล็อกหรือขึ้นว่าสแปม เช็กสาเหตุและแก้อย่างไร

เบอร์ธุรกิจมีปัญหาได้ 2 ระดับ คือถูกระงับที่เครือข่ายเพราะโทรออกผิดปกติหรือยืนยันตัวตนไม่ครบ กับถูกคนรับสายรายงานจนขึ้นป้ายบนแอป ทางแก้คือหาสาเหตุให้เจอและแก้ที่วิธีโทร ไม่ใช่เปลี่ยนเบอร์หนี

จัดทำโดย GW (ร่างด้วย AI ตรวจแหล่งอ้างอิงด้วย AI อีกชุด GW อนุมัติ) · GW Business International · ทะเบียนนิติบุคคล 0105552111558 · ใบอนุญาต กสทช. แบบที่หนึ่ง TEL1/2562/008 · ปรับปรุง 2 พ.ย. 2569

เบอร์โทรออกของธุรกิจมีปัญหาได้ 2 ระดับ ระดับแรกคือถูกระงับที่เครือข่าย เพราะพฤติกรรมการโทรผิดปกติหรือยังไม่ได้ยืนยันตัวตนผู้ถือเลขหมาย ระดับที่สองคือถูกคนรับสายรายงานจนแอปขึ้นป้ายเตือน ทั้งสองแบบแก้ด้วยการหาสาเหตุ ไม่ใช่เปลี่ยนเบอร์หนี

แยกให้ออกก่อน ปัญหาอยู่ระดับไหน

ระดับเครือข่าย: เดือนธันวาคม 2566 ดีอี กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงมาตรการกับเบอร์ที่โทรออกมากผิดปกติ โดยยกตัวอย่างการใช้งานเกิน 100 สายต่อวัน ให้ระงับเลขหมายต้องสงสัย แล้วให้เจ้าของมาแสดงตนภายใน 7 วัน [1] ตัวเลขนี้มาจากข่าวแถลงมาตรการ ไม่ใช่เกณฑ์เดียวที่ผู้ให้บริการทุกรายใช้ และข่าวเดียวกันระบุว่าผู้ให้บริการคอลเซ็นเตอร์จริงต้องแสดงตนและส่งเอกสารภายใน 15 วัน [1]

อีกเรื่องคือการยืนยันตัวตนผู้ถือซิม ข่าวเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ระบุว่าผู้ถือครอง 101 หมายเลขขึ้นไปมีกำหนด 30 วันนับจาก 16 มกราคม 2567 ถ้าไม่ทำจะถูกระงับการโทรออก SMS และอินเทอร์เน็ต ส่วนผู้ถือ 6–100 หมายเลขมีกำหนด 180 วัน [2]

ระดับแอปและมือถือ: โทรออกได้ปกติ แต่แอปคัดกรองสายหรือระบบในมือถือขึ้นป้ายเตือน หลักการโดยทั่วไปคือคนรับสายรายงานเบอร์เดิมซ้ำ แล้วป้ายนั้นไปแสดงกับผู้ใช้คนอื่น ลูกค้าจึงตัดสายก่อนรับ

ตารางวินิจฉัย

ตารางนี้เป็นแนวทางของผู้เขียนสำหรับเริ่มตรวจ ไม่ใช่เกณฑ์ของหน่วยงาน

อาการน่าจะเป็นระดับไหนตรวจอะไรก่อนแก้อย่างไร
โทรออกไม่ได้เลย ได้ยินเสียงแจ้งระงับเครือข่ายสถานะเลขหมายกับผู้ให้บริการ และชื่อผู้ถือเลขหมายแสดงตนพร้อมเอกสารบริษัท ชี้แจงลักษณะงาน
โทรติด แต่อัตรารับสายลดลงเรื่อยๆแอปหรือมือถือลองค้นเบอร์ในแอปคัดกรองสาย ถามลูกค้าที่รู้จักว่าหน้าจอขึ้นอะไรขอตรวจป้ายผ่านช่องทางของแอป พร้อมแก้วิธีโทร
ลูกค้าบางรายเท่านั้นที่เห็นคำเตือนมือถือของปลายทางรุ่นมือถือ แอปที่ลูกค้าใช้แนะนำตัวให้ชัด และส่งช่องทางยืนยันเบอร์ให้ลูกค้า
ลูกค้าโกรธ บอกว่าปฏิเสธไปแล้วกระบวนการภายในรายชื่อปฏิเสธการโทร ที่มาของรายชื่อเอารายชื่อออกทันที และตรวจว่าทำไมยังถูกโทร

ต้นเหตุที่พบบ่อยในธุรกิจที่ทำถูกต้อง

  1. ใช้เบอร์ชื่อบุคคลทำงานบริษัท: ถ้าเจ้าของเบอร์เป็นพนักงาน การแสดงตนและชี้แจงการใช้งานจะยากกว่าเบอร์ในชื่อบริษัท (ความเห็นของผู้เขียน)
  2. โทรถี่และซ้ำ: โทรซ้ำคนเดิมในเวลาสั้นๆ ทำให้คนรับรำคาญและเสี่ยงถูกรายงาน
  3. ไม่เคารพคำปฏิเสธ: PDPA มาตรา 32 ให้เจ้าของข้อมูลคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรงได้เมื่อใดก็ได้ และเมื่อคัดค้านแล้วต้องหยุดใช้และแยกข้อมูลออกทันที [3]
  4. โทรผิดเวลาหรือไม่บอกว่าเป็นใคร: ธุรกิจเฉพาะบางประเภทมีเกณฑ์ของตัวเอง เช่น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเผยแพร่ข้อมูลว่าการโทรเสนอขายประกันทำได้วันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 8.30–19.00 น. ยกเว้นลูกค้ายินยอมนัดล่วงหน้า และห้ามโทรซ้ำไม่น้อยกว่า 6 เดือนเมื่อถูกปฏิเสธ [4] ถ้าทำงานประกัน ให้ตรวจกับประกาศของหน่วยงานกำกับอีกครั้ง
  5. ยังไม่ได้จดทะเบียน: ถ้าเป็นการโทรเสนอขายถึงผู้บริโภค ให้ตรวจเรื่องตลาดแบบตรงด้วย [5]

เช็กลิสต์ทีมโทรออก

ตัวเลขในหัวข้อนี้เป็นค่าเริ่มต้นที่ผู้เขียนแนะนำ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ให้ปรับตามผลจริงของทีม

  • ทุกเบอร์โทรออกอยู่ในชื่อบริษัท และตรวจแล้วว่ายืนยันตัวตนครบ
  • มีรายชื่อปฏิเสธการโทรกลางเพียงชุดเดียว พนักงานทุกคนและระบบโทรออกดึงจากชุดเดียวกัน
  • จำกัดการโทรซ้ำคนเดิม เช่น ไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน และเว้นช่วงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • พนักงานบอกชื่อบริษัทและเหตุที่โทรภายในไม่กี่วินาทีแรก
  • รู้ที่มาของรายชื่อทุกชุด ถ้าบอกฐานทางกฎหมายไม่ได้ ไม่ใช้
  • เก็บตัวเลขอัตรารับสายรายเบอร์ทุกสัปดาห์ จะเห็นปัญหาก่อนลูกค้าบอก

ลำดับการแก้เมื่อเกิดปัญหาแล้ว

  1. หยุดแคมเปญบนเบอร์นั้นก่อน แล้วแยกให้ได้ว่าปัญหาอยู่ระดับไหน
  2. ถ้าเป็นระดับเครือข่าย ติดต่อผู้ให้บริการของเบอร์นั้น เตรียมหนังสือรับรองบริษัท บัตรประชาชนของผู้มีอำนาจ หนังสือมอบอำนาจ และคำอธิบายว่าโทรเรื่องอะไร
  3. ถ้าเป็นป้ายบนแอป ใช้ช่องทางขอแก้ข้อมูลของแอปนั้น พร้อมหลักฐานว่าบริษัทเป็นเจ้าของเบอร์ ช่องทางของแต่ละแอปเปลี่ยนได้ ให้ดูจากศูนย์ช่วยเหลือของแอปโดยตรง บางแอปมีบริการยืนยันเบอร์ธุรกิจ [6]
  4. แก้ต้นเหตุ ถ้าวิธีโทรไม่เปลี่ยน ป้ายจะกลับมา
  5. วัดผลอย่างน้อย 2 สัปดาห์ (ตัวเลขที่ผู้เขียนแนะนำ) เทียบอัตรารับสายของเบอร์นั้นกับก่อนแก้

ตัวอย่างสถานการณ์ (สมมติ)

ตัวอย่างนี้เป็นเรื่องสมมติ บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งให้พนักงานสาขาโทรแจ้งก่อนส่งพัสดุด้วยซิมชื่อพนักงาน เมื่อลูกค้าไม่รับ พนักงานจะโทรซ้ำทันทีหลายครั้ง และไม่บอกชื่อบริษัท ลูกค้าบางคนจึงคิดว่าเป็นมิจฉาชีพและกดรายงาน

ทีมงานย้ายเบอร์มาอยู่ในชื่อบริษัท ตั้งกติกาว่าไม่รับสายแรกให้ส่งข้อความแจ้งเลขพัสดุแทนการโทรซ้ำ และปรับคำพูดเปิดสายให้บอกชื่อบริษัทก่อน จากนั้นขอตรวจป้ายบนแอป แล้วติดตามอัตรารับสายรายสัปดาห์

ข้อควรระวัง

  • อย่าหมุนเวียนเบอร์เพื่อหนีการรายงาน เพราะไม่แก้ต้นเหตุ และทำให้ธุรกิจดูน่าสงสัยยิ่งขึ้น
  • อย่าปลอมหรือแสดงเบอร์ที่ไม่ใช่ของตน
  • การโทรหาผู้ที่คัดค้านการตลาดแบบตรงแล้วขัดกับ PDPA มาตรา 32 ซึ่งมีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาทตามมาตรา 83 [3]
  • มาตรการของหน่วยงานเปลี่ยนได้ ก่อนใช้ตัวเลขในบทความนี้ให้ถามผู้ให้บริการของคุณ

ขั้นตอนถัดไปที่ทำได้ทันที

  1. ทำรายการเบอร์โทรออกทั้งหมด พร้อมชื่อผู้ถือเลขหมาย
  2. ลองค้นทุกเบอร์ในแอปคัดกรองสายที่ลูกค้าไทยใช้กันมาก
  3. ดึงอัตรารับสายรายเบอร์ย้อนหลังราว 4 สัปดาห์ แล้วดูว่าเบอร์ไหนตก
  4. ตรวจว่ารายชื่อปฏิเสธการโทรถูกดึงเข้าระบบโทรออกจริง

แหล่งข้อมูล

ติดต่อ

เล่าโจทย์งานโทรออกของคุณ แล้วเราจะเสนอรูปแบบคู่สายเป็นลายลักษณ์อักษร

จำนวนพนักงาน ประเภทงาน และระบบที่ใช้อยู่ — เท่านี้ก็เริ่มคุยได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน