เบอร์โทรออกของธุรกิจมีปัญหาได้ 2 ระดับ ระดับแรกคือถูกระงับที่เครือข่าย เพราะพฤติกรรมการโทรผิดปกติหรือยังไม่ได้ยืนยันตัวตนผู้ถือเลขหมาย ระดับที่สองคือถูกคนรับสายรายงานจนแอปขึ้นป้ายเตือน ทั้งสองแบบแก้ด้วยการหาสาเหตุ ไม่ใช่เปลี่ยนเบอร์หนี
แยกให้ออกก่อน ปัญหาอยู่ระดับไหน
ระดับเครือข่าย: เดือนธันวาคม 2566 ดีอี กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงมาตรการกับเบอร์ที่โทรออกมากผิดปกติ โดยยกตัวอย่างการใช้งานเกิน 100 สายต่อวัน ให้ระงับเลขหมายต้องสงสัย แล้วให้เจ้าของมาแสดงตนภายใน 7 วัน [1] ตัวเลขนี้มาจากข่าวแถลงมาตรการ ไม่ใช่เกณฑ์เดียวที่ผู้ให้บริการทุกรายใช้ และข่าวเดียวกันระบุว่าผู้ให้บริการคอลเซ็นเตอร์จริงต้องแสดงตนและส่งเอกสารภายใน 15 วัน [1]
อีกเรื่องคือการยืนยันตัวตนผู้ถือซิม ข่าวเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ระบุว่าผู้ถือครอง 101 หมายเลขขึ้นไปมีกำหนด 30 วันนับจาก 16 มกราคม 2567 ถ้าไม่ทำจะถูกระงับการโทรออก SMS และอินเทอร์เน็ต ส่วนผู้ถือ 6–100 หมายเลขมีกำหนด 180 วัน [2]
ระดับแอปและมือถือ: โทรออกได้ปกติ แต่แอปคัดกรองสายหรือระบบในมือถือขึ้นป้ายเตือน หลักการโดยทั่วไปคือคนรับสายรายงานเบอร์เดิมซ้ำ แล้วป้ายนั้นไปแสดงกับผู้ใช้คนอื่น ลูกค้าจึงตัดสายก่อนรับ
ตารางวินิจฉัย
ตารางนี้เป็นแนวทางของผู้เขียนสำหรับเริ่มตรวจ ไม่ใช่เกณฑ์ของหน่วยงาน
| อาการ | น่าจะเป็นระดับไหน | ตรวจอะไรก่อน | แก้อย่างไร |
|---|---|---|---|
| โทรออกไม่ได้เลย ได้ยินเสียงแจ้งระงับ | เครือข่าย | สถานะเลขหมายกับผู้ให้บริการ และชื่อผู้ถือเลขหมาย | แสดงตนพร้อมเอกสารบริษัท ชี้แจงลักษณะงาน |
| โทรติด แต่อัตรารับสายลดลงเรื่อยๆ | แอปหรือมือถือ | ลองค้นเบอร์ในแอปคัดกรองสาย ถามลูกค้าที่รู้จักว่าหน้าจอขึ้นอะไร | ขอตรวจป้ายผ่านช่องทางของแอป พร้อมแก้วิธีโทร |
| ลูกค้าบางรายเท่านั้นที่เห็นคำเตือน | มือถือของปลายทาง | รุ่นมือถือ แอปที่ลูกค้าใช้ | แนะนำตัวให้ชัด และส่งช่องทางยืนยันเบอร์ให้ลูกค้า |
| ลูกค้าโกรธ บอกว่าปฏิเสธไปแล้ว | กระบวนการภายใน | รายชื่อปฏิเสธการโทร ที่มาของรายชื่อ | เอารายชื่อออกทันที และตรวจว่าทำไมยังถูกโทร |
ต้นเหตุที่พบบ่อยในธุรกิจที่ทำถูกต้อง
- ใช้เบอร์ชื่อบุคคลทำงานบริษัท: ถ้าเจ้าของเบอร์เป็นพนักงาน การแสดงตนและชี้แจงการใช้งานจะยากกว่าเบอร์ในชื่อบริษัท (ความเห็นของผู้เขียน)
- โทรถี่และซ้ำ: โทรซ้ำคนเดิมในเวลาสั้นๆ ทำให้คนรับรำคาญและเสี่ยงถูกรายงาน
- ไม่เคารพคำปฏิเสธ: PDPA มาตรา 32 ให้เจ้าของข้อมูลคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรงได้เมื่อใดก็ได้ และเมื่อคัดค้านแล้วต้องหยุดใช้และแยกข้อมูลออกทันที [3]
- โทรผิดเวลาหรือไม่บอกว่าเป็นใคร: ธุรกิจเฉพาะบางประเภทมีเกณฑ์ของตัวเอง เช่น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเผยแพร่ข้อมูลว่าการโทรเสนอขายประกันทำได้วันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 8.30–19.00 น. ยกเว้นลูกค้ายินยอมนัดล่วงหน้า และห้ามโทรซ้ำไม่น้อยกว่า 6 เดือนเมื่อถูกปฏิเสธ [4] ถ้าทำงานประกัน ให้ตรวจกับประกาศของหน่วยงานกำกับอีกครั้ง
- ยังไม่ได้จดทะเบียน: ถ้าเป็นการโทรเสนอขายถึงผู้บริโภค ให้ตรวจเรื่องตลาดแบบตรงด้วย [5]
เช็กลิสต์ทีมโทรออก
ตัวเลขในหัวข้อนี้เป็นค่าเริ่มต้นที่ผู้เขียนแนะนำ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ให้ปรับตามผลจริงของทีม
- ทุกเบอร์โทรออกอยู่ในชื่อบริษัท และตรวจแล้วว่ายืนยันตัวตนครบ
- มีรายชื่อปฏิเสธการโทรกลางเพียงชุดเดียว พนักงานทุกคนและระบบโทรออกดึงจากชุดเดียวกัน
- จำกัดการโทรซ้ำคนเดิม เช่น ไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน และเว้นช่วงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- พนักงานบอกชื่อบริษัทและเหตุที่โทรภายในไม่กี่วินาทีแรก
- รู้ที่มาของรายชื่อทุกชุด ถ้าบอกฐานทางกฎหมายไม่ได้ ไม่ใช้
- เก็บตัวเลขอัตรารับสายรายเบอร์ทุกสัปดาห์ จะเห็นปัญหาก่อนลูกค้าบอก
ลำดับการแก้เมื่อเกิดปัญหาแล้ว
- หยุดแคมเปญบนเบอร์นั้นก่อน แล้วแยกให้ได้ว่าปัญหาอยู่ระดับไหน
- ถ้าเป็นระดับเครือข่าย ติดต่อผู้ให้บริการของเบอร์นั้น เตรียมหนังสือรับรองบริษัท บัตรประชาชนของผู้มีอำนาจ หนังสือมอบอำนาจ และคำอธิบายว่าโทรเรื่องอะไร
- ถ้าเป็นป้ายบนแอป ใช้ช่องทางขอแก้ข้อมูลของแอปนั้น พร้อมหลักฐานว่าบริษัทเป็นเจ้าของเบอร์ ช่องทางของแต่ละแอปเปลี่ยนได้ ให้ดูจากศูนย์ช่วยเหลือของแอปโดยตรง บางแอปมีบริการยืนยันเบอร์ธุรกิจ [6]
- แก้ต้นเหตุ ถ้าวิธีโทรไม่เปลี่ยน ป้ายจะกลับมา
- วัดผลอย่างน้อย 2 สัปดาห์ (ตัวเลขที่ผู้เขียนแนะนำ) เทียบอัตรารับสายของเบอร์นั้นกับก่อนแก้
ตัวอย่างสถานการณ์ (สมมติ)
ตัวอย่างนี้เป็นเรื่องสมมติ บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งให้พนักงานสาขาโทรแจ้งก่อนส่งพัสดุด้วยซิมชื่อพนักงาน เมื่อลูกค้าไม่รับ พนักงานจะโทรซ้ำทันทีหลายครั้ง และไม่บอกชื่อบริษัท ลูกค้าบางคนจึงคิดว่าเป็นมิจฉาชีพและกดรายงาน
ทีมงานย้ายเบอร์มาอยู่ในชื่อบริษัท ตั้งกติกาว่าไม่รับสายแรกให้ส่งข้อความแจ้งเลขพัสดุแทนการโทรซ้ำ และปรับคำพูดเปิดสายให้บอกชื่อบริษัทก่อน จากนั้นขอตรวจป้ายบนแอป แล้วติดตามอัตรารับสายรายสัปดาห์
ข้อควรระวัง
- อย่าหมุนเวียนเบอร์เพื่อหนีการรายงาน เพราะไม่แก้ต้นเหตุ และทำให้ธุรกิจดูน่าสงสัยยิ่งขึ้น
- อย่าปลอมหรือแสดงเบอร์ที่ไม่ใช่ของตน
- การโทรหาผู้ที่คัดค้านการตลาดแบบตรงแล้วขัดกับ PDPA มาตรา 32 ซึ่งมีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาทตามมาตรา 83 [3]
- มาตรการของหน่วยงานเปลี่ยนได้ ก่อนใช้ตัวเลขในบทความนี้ให้ถามผู้ให้บริการของคุณ
ขั้นตอนถัดไปที่ทำได้ทันที
- ทำรายการเบอร์โทรออกทั้งหมด พร้อมชื่อผู้ถือเลขหมาย
- ลองค้นทุกเบอร์ในแอปคัดกรองสายที่ลูกค้าไทยใช้กันมาก
- ดึงอัตรารับสายรายเบอร์ย้อนหลังราว 4 สัปดาห์ แล้วดูว่าเบอร์ไหนตก
- ตรวจว่ารายชื่อปฏิเสธการโทรถูกดึงเข้าระบบโทรออกจริง
แหล่งข้อมูล
- 1. อินโฟเควสท์, ข่าวมาตรการระงับเบอร์โทรออกผิดปกติ (12 ธ.ค. 2566) · ตรวจ 2 พ.ย. 2569
- 2. Thai PBS, ข่าวการระงับเบอร์ไม่ยืนยันตัวตน (15 ก.พ. 2567) · ตรวจ 2 พ.ย. 2569
- 3. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตัวบทเต็มบนวิกิซอร์ซ · ตรวจ 2 พ.ย. 2569
- 4. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม, ประกันภัยทางโทรศัพท์ยกเลิกอย่างไร (21 เม.ย. 2565) · ตรวจ 2 พ.ย. 2569
- 5. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 53 ก, พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 · ตรวจ 2 พ.ย. 2569
- 6. Whoscall, บริการเบอร์ยืนยัน Verified Number · ตรวจ 2 พ.ย. 2569